บทที่ 3 3 ก็แค่ผู้หญิงอย่างว่า

“หึ...” ภาคินทร์หลุดเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ “ผมเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ แต่ไม่เคยเห็นหน้าคุณมาก่อนเลย”

“ฉันเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกค่ะ” อังคณาตอบตามความจริง มือบางยกขึ้นลูบแก้วเครื่องดื่มแก้เก้อ

ภาคินทร์นั่งมองหญิงสาวตรงหน้าเงียบ ๆ นัยน์ตาคู่สวยของเธอฉายแววเศร้าสร้อยอย่างปิดไม่มิด แถมเธอยังยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบถี่ ๆ ไปมากกว่าสองครั้ง ท่าทางแบบนั้นทำให้เขาเดาได้ไม่ยากว่าเธอต้องมีเรื่องหนักเนื้อหนักใจอยู่แน่ ๆ เพราะน้อยครั้งเหลือเกินที่เขาจะเห็นผู้หญิงมานั่งปล่อยอารมณ์ในสถานที่แบบนี้เพียงลำพัง ส่วนใหญ่ถ้าไม่มาเป็นคู่ ก็มักจะมาเป็นกลุ่มเพื่อนเพื่อสังสรรค์มากกว่า

“มีเรื่องเครียดอะไรหรือเปล่าครับ...” เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบ ก่อนจะหยั่งเชิงถามต่อด้วยสายตาอาทร “...หรือว่าทะเลาะกับแฟนมา?”

คำถามของเขาจี้ลึกเข้าไปในแผลสดจนมือบางชะงักค้างอยู่กลางอากาศ แววตาหวานทอดแรกร้าวระยับด้วยหยาดน้ำตาที่เกือบจะเอ่อล้น ทว่าหญิงสาวกลับเม้มปากแน่น ฝืนหัวเราะขืน ๆ ในลำคอก่อนจะตอบเสียงแผ่ว

“ตอนนี้ฉันไม่มีแฟนแล้วค่ะ...”

ความขมปร่าของแอลกอฮอล์เริ่มทำลายสติสัมปชัญญะทีละน้อย ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ถูกแฟนนอกใจ อังคณาช้อนตาขึ้นมองศัลยแพทย์หนุ่มตรงหน้า ชายแปลกหน้าที่ทั้งหล่อเหลาดูดีและให้เกียรติเธอทุกกระเบียดนิ้ว ในใจของเธอตั้งคำถามร้ายกาจขึ้นมาทันที... ถ้าหากบีมได้มาเห็นภาพเธอในตอนนี้ ภาพที่เธอกำลังทรุดนั่งอยู่ข้างผู้ชายคนอื่น บีมจะรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นอย่างที่เธอเป็นไหม? ในเมื่อที่ผ่านมาเธอรักษากายรักษาใจ สลัดผู้ชายทุกคนที่เข้าหาเพื่อซื่อสัตย์ต่อบีมเพียงคนเดียวมาตลอด แต่ในเมื่อความดีมันไม่มีความหมาย... เธอก็พร้อมจะโยนมันทิ้งไปในค่ำคืนนี้

“คุณเลือกมานั่งกับฉันแบบนี้... แปลว่าคุณสนใจฉันเหรอคะ”

คำถามตรงไปตรงมาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มทำให้ศัลยแพทย์หนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“หึ...” ภาคินทร์จุดยิ้มมุมปากพลางทอดสายตามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มปรือปรอยด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ “ผู้หญิงสวย... ใครจะไม่สนใจล่ะครับ”

“ฉันอยากไปต่อกับคุณค่ะ” คำพูดนิ่ง ๆ ทว่าชวนช็อกนั้นทำให้ภาคินทร์ชะงักไปทันที สายตาอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวังและเย็นชาขึ้นมาในพริบตา

“หึ... นี่ผมมองคุณผิดไปงั้นเหรอ? ที่บอกว่ามาที่นี่ครั้งแรก... แอบอ้างเพื่อคิดจะมาอัปเกรด ยกระดับตัวเองงั้นสิ” น้ำเสียงทุ้มต่ำตวัดห้วน ราวกับผงะที่คิดว่าเธอเป็นพวกผู้หญิงหิวเงิน

“ขึ้นห้องกับฉันไหมคะ”

อังคณาจ้องตอบนัยน์ตาคู่นั้นนิ่ง เธอไม่สนใจ ไม่แคร์ และไม่เจ็บปวดกับถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามของเขาเลยสักนิด... เพราะนาทีนี้ ความต้องการที่จะให้บีมเจ็บปวดมันมีอานุภาพเหนือกว่าศักดิ์ศรีทุกอย่างที่เธอเคยมี

“คิดราคายังไงล่ะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำถามราบเรียบ ทว่าสายตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

“ฉันไม่สนใจเรื่องนั้น...” อังคณาตอบเสียงแผ่วแต่เด็ดขาด

“งั้นก็ดี... พอดีผมเปิดห้องพักของร้านนี้ไว้พอดี ถ้าคุณไม่รังเกียจ... ก็ตามมา”

อังคณาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมดุคู่นั้น พลันความรู้สึกเยาะหยันก็ผุดขึ้นมาในใจ... เมื่อได้ยินว่าเขาเปิดห้องทิ้งไว้ที่นี่ นั่นก็หมายความว่าสุภาพบุรุษจอมปลอมตรงหน้า ก็ตั้งใจมาหาความสุขใส่ตัวกับผู้หญิงในสถานที่อโคจรแบบนี้อยู่แล้วสินะ ช่างน่าสมเพชพอกันทั้งเขาและเธอ!

หญิงสาวเดินตามหลังเขาไปยังห้องพักซึ่งอยู่ถัดลงไปชั้นล่าง แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความกลัว มือบางบีบเข้าหากันแน่น บรรยากาศภายในห้องพักชั้นล่างเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ประตูห้องปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกที่ดังคลิก... และนั่นทำให้อังคณาสะดุ้งสุดตัว ความกลัวที่พยายามซ่อนไว้เริ่มเอ่อล้นจนมือไม้สั่นเทา

ชายหนุ่มหันกลับมา ปลดกระดุมเสื้อสูทออกช้า ๆ สายตาคมกริบยังคงจับจ้องที่ใบหน้าเนียนของเธอราวกับจะมองให้ทะลุถึงก้นบึ้งของหัวใจ

“เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกดดันเยือกเย็น

“เพราะถ้าก้าวขาเข้ามาระดับนี้แล้ว... ผมไม่ปล่อยให้คุณเดินออกไปง่ายๆ หรอก”

อังคณากลืนน้ำลายเหนียวลงคอ สองมือที่กำแน่นบีบเข้าหากันจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ ความคิดถึง ‘บีม’ และความเจ็บปวดที่ได้รับก่อนหน้านี้แล่นปราดเข้ามาเป็นแรงผลักดันสุดท้าย เธอเชิดหน้าขึ้น เลิกกลัว เลิกแคร์ ยอมทิ้งสิ้นทุกศักดิ์ศรีเพื่อก้าวข้ามเส้นแบ่งนั้น

“ฉันบอกแล้วไงคะ... ว่าฉันไม่เปลี่ยนใจ”

“ดี ถ้าถูกใจผมจ่ายไม่อั้น หากคุณอยากอัปเกรดตัวเองก็ควรบริการให้ถึงใจ” ภาคินทร์ย่างเท้าเข้ามาหาช้า ๆ เรียวนิ้วเกี่ยวปอยผมที่บดบังใบหน้าหวานขึ้นทัดหู พลางกระซิบบอกเบา ๆ

สัมผัสจากปลายนิ้วของภาคินทร์เย็นเยียบ ทว่ากลับเรียกความร้อนผ่าวให้แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายของอังคณา ร่างกายของเธอประท้วงความหวาดกลัวด้วยการสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ยิ่งสบสายตากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเจนโลกและ ‘รสนิยม’ บางอย่างที่เขาจงใจส่งผ่านสายตามา สัญชาตญาณในใจเธอก็กู่ร้องเตือนถึงอันตราย

แต่เธอยังถอยไม่ได้... ความแค้นและความเจ็บปวดจากบีมมันค้ำคออยู่

“หึ กลัวจนตัวสั่นขนาดนี้ ยังจะปากดีอยู่อีกเหรอ?” ภาคินทร์แค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาลึกล้ำคู่นั้นไม่ได้มีแววของความอ่อนโยนเลยสักนิด มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อที่เดินมาติดกับด้วยตัวเอง

เขาลดมือลงมาบีบปลายคางมน บังคับให้เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาตรง ๆ แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนอังคณารู้สึกเจ็บ แต่เธอขบกรามแน่น ไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาให้อีกฝ่ายได้ใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป